ไม่มีถนน ไม่มีรถ มีแค่หน้าผาหินปูนกับเรือหางยาว — เที่ยวไร่เลย์ยังไงให้ถูกวิธี
ไร่เลย์ติดกับแผ่นดินใหญ่ แต่ก็ยังขับรถเข้าไปไม่ได้ เพราะมีหน้าผาหินปูนปิดกั้นด้านที่ติดแผ่นดิน ทุกอย่างจึงต้องมาทางเรือหางยาวข้ามน้ำไม่กี่ร้อยเมตร ทั้งคน ทั้งเบียร์ ทั้งปูนซีเมนต์ ทุกอย่าง
สี่หาด สี่ที่คนละแบบ
หาดไร่เลย์ตะวันตกคือภาพโปสการ์ด ทรายละเอียด หันรับพระอาทิตย์ตก และเป็นที่ตั้งของรีสอร์ต ส่วนไร่เลย์ตะวันออกเป็นหาดเลนป่าโกงกางตอนน้ำลง นั่นคือเหตุผลที่ที่พักราคาถูกและบาร์อยู่ฝั่งนี้ และเหตุผลที่ไม่มีใครลงเล่นน้ำ
หาดพระนาง เดินไปทางใต้สิบนาที คือหาดที่คนส่วนใหญ่นึกถึง มีเพิงผาหินปูนอยู่ปลายหาดและศาลพระนางที่ชาวประมงนำเครื่องบูชาแกะสลักมาถวายขอโชค ส่วนต้นไทร ซึ่งอยู่เลยแหลมไปทางเหนือ คือหาดของนักปีนผาและรกในแบบที่ดี
เดินถึงกันได้ทั้งสี่หาด แต่ควรมีรองเท้าสำหรับข้ามไปต้นไทรตอนน้ำลง
ไปยังไง
เรือหางยาวออกจากอ่าวนางหรือท่าเรือเจ้าฟ้าในตัวเมืองกระบี่ เรือออกเมื่อผู้โดยสารเต็ม ราวแปดคน ใช้เวลาข้ามสิบถึงสิบห้านาที
ทั้งขาไปและขากลับต้องลุยน้ำช่วงสุดท้ายสองสามเมตร ให้เก็บของที่ห้ามเปียกใส่ถุงไว้ เรือส่วนใหญ่หยุดวิ่งหลังมืด และถ้าคลื่นแรง เส้นอ่าวนางอาจงดเดินเรือทั้งวัน
คนมาที่นี่มาทำอะไรกัน
การปีนผาคือเหตุผลที่ไร่เลย์กลายเป็นจุดหมาย มีเส้นทางปีนที่ติดสลักไว้แล้วหลายร้อยเส้นบนผาเหนือไร่เลย์ตะวันออกและต้นไทร และมีโรงเรียนสอนปีนราวครึ่งโหลที่เปิดคอร์สครึ่งวันสำหรับมือใหม่ ซึ่งคุณจะได้ปีนผาจริงก่อนมื้อเที่ยง
นอกจากนั้นคือเส้นทางขึ้นจุดชมวิวและลงลากูนจากฝั่งไร่เลย์ตะวันออก ซึ่งเป็นทางชันที่ต้องโหนเชือกและลุยโคลน โดยช่วงลงลากูนอันตรายจริง มีพายเรือคายัครอบแหลม และการเดินไปหาดพระนางตอนพระอาทิตย์ตก
ข้อควรรู้
อย่าหวังพึ่งตู้เอทีเอ็มบนแหลมนี้ พกเงินสดไปให้พอ ราคาของทุกอย่างสูงกว่าฝั่งแผ่นดินใหญ่ เพราะทุกอย่างมาด้วยเรือ
ทางลงลากูนไม่ใช่ทางเดินธรรมดา มีคนบาดเจ็บทุกฤดูกาล ถ้าจะลงให้ใส่รองเท้าที่เหมาะสม ถ้าไม่มีก็อย่าลง
ไปเช้าเย็นกลับได้ แต่ไร่เลย์เปลี่ยนไปตอนกลางคืนหลังเรือทัวร์กลับหมดแล้ว ถ้าจัดเวลาได้ ควรค้างสักคืน